Part 3 : Only for you... 3
ล็อกอิน
Submitted by AquaTales on อา, 25/07/2010 - 16:40
ชายวัยกลางคนกวาดสายตาไปตามตัวอักษรที่เรียงรายอยู่บนหน้ากระดาษอย่างรวด เร็ว คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันมากขึ้นเรื่อยๆ ตามปริมาณข้อมูลที่ผ่านเข้ามาในสมอง บรรยากาศเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างของชายเบื้องหลังโต๊ะทำงาน ทำเอาชายหนุ่มเจ้าของเอกสารถึงกับเหงื่อตก รู้สึกสำนึกผิดขึ้นมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้อง
ดวงตาสี ควันเบือนความสนใจจากปึกเอกสารตรงหน้าไปยังชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่อีกฝั่ง น้ำเสียงทรงอำนาจที่ทำให้เย็นไปถึงขั้วหัวใจ ในความคิดของคนฟัง ดังกังวานไปทั่วห้อง
"เอกสารพวกนี้มันอะไรกัน?"
คนถูกถามลอบกลืนน้ำลายตัวเอง ก่อนจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเอ่ยตอบกลับไป พยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่นอย่างสุดความสามารถ
"เอกสารของท่านรองฯ ที่บอสต้องการครับ"
ดวงตาสีควันทอประกายวาบกับคำตอบที่ได้รับ "ฉันให้ไปตามเร้ดมาที่นี่พร้อมกับเอกสาร... ไม่ใช่แค่เอกสารอย่างเดียว!!!"
"ผ ผมก็เรียนท่านรองฯ ตามคำสั่งของท่านแล้ว แต่ท่านปฏิเสธ แล้วก็ 'สั่ง' ให้ผมนำเอกสารพวกนี้มาให้บอสแทนครับ"
ผู้ ที่มีศักดิ์เป็นถึงหัวหน้าแก็งค์มาเฟียสไปรัล ถอนหายใจออกมาเบาๆ... ลองคนเป็นหลานตัดสินใจอะไรลงไปแล้วล่ะก็ เรื่องเปลี่ยนใจทีหลังน่ะ ไม่มีซะหรอก...
"แล้วเจ้านั่นอยู่ไหน... ห้องทำงาน หรือห้องนอนส่วนตัว?" ล้มเลิกความคิดที่จะเรียกตัวหลานชายเพียงคนเดียวควบตำแหน่งว่าที่หัวหน้า แก็งค์ มาพบภายในห้องนี้เป็นที่เรียบร้อย ร่างสูงยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ช้าๆ เตรียมจะก้าวเท้าออกจากห้องไปพบหลานชายถึงที่...
"เอ่อ... ท่านรองฯ อยู่ที่เรือนกระจกครับ"
"เรือน... กระจก ?" อาการชะงักแบบกะทันหัน กับน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความงุนงงดังออกจากปากของชายกลางคน "ที่นี่มีเรือนกระจกตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ตั้งแต่สองอาทิตย์ก่อนครับ... ท่านรองฯ สั่งให้สร้างขึ้นเมื่อสองอาทิตย์ก่อน"
...สอง อาทิตย์ก่อน... ช่วงเวลาเดียวกีบที่เจ้าหลานชายตัวดี 'เลือก' ที่จะหายหน้าไปอย่างจงใจ จริงอยู่ว่าถ้าเป็นคำสั่ง หรือเรียกประชุม ชายหนุ่มจะปรากฏตัวขึ้นอย่างตรงเวลาทุกครั้ง แต่หากเป็นการเรียกพบแบบ 'ส่วนตัว' ที่ไร้ซึ่งตำแหน่งหรือยศใดๆแล้วล่ะก็... คนเป็นหลานไม่เคยมาตามนัดเลยซักครั้ง...
"แล้ว... เรือนกระจกที่ว่าอยู่ที่ไหน...?"
"ปีกซ้ายของคฤหาสน์ ใกล้ๆกับห้องของท่านรองฯ ครับบอส"
ได โกะพยักหน้าน้อยๆกับคำตอบ ก่อนจะก้าวตรงไปยังสถานที่ที่ว่าทันที ทิ้งให้คนเป็นลูกน้องถอนหายใจออกมาแรงๆ อย่างโล่งอก... หลังจากที่อีกฝ่ายหายลับไปจากคลองสายตาน่ะนะ...
สวบ สวบ...
เสียง ฝีเท้าที่ดังเข้ามาใกล้ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มละสายตาจากภาพตรงหน้าแม้แต่น้อย ด้วยรู้อยู่เต็มอกว่า 'ใคร' คือผู้ที่ทำให้เกิดเสียงนั้น ...ก็ในเมื่อเขา 'สั่ง' ให้ลูกน้องปิดทางเข้าของเรือนกระจกแห่งนี้ไม่ให้เข้ามารบกวน ดังนั้นคนที่มีอำนาจพอที่จะ 'ลบล้าง' คำสั่งของเขาได้ก็มีเพียงแค่...
"มีธุระด่วนอะไรเหรอครับคุณอา" สรรพนามที่จงใจใช้เรียกอีกฝ่ายบ่งบอกให้รู้ว่าตนเองอยู่ในฐานะของ 'หลาน' ไม่ใช่ 'ลูกน้อง'
คำ ทักที่ทำให้ชายกลางคนต้องกลีนคำพูดที่คิดจะเอ่ยลงคอไป ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นใหม่ช้าๆ ...ยอมเป็นฝ่ายเล่นตามเกมส์ของชายหนุ่มผู้มีสายเลือดเดียวกันซักครั้ง "...หลานย้ายห้องทำงานมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่"
คนถูกถามหัวเราะน้อยๆ หากไม่เอ่ยวาจาใดๆ ตอบกลับ
ได โกะเบนสายตาไปในทิศเดียวกับหลายชาย ภาพที่ปรากฏคือ ร่างของหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเหลืองสว่าง ใบหน้าหวานแต่งแต้มไว้ด้วยรอยยิ้มบางๆ ทว่าจับใจผู้พบเห็น หญิงสาวที่งดงามราวกับเทพธิดาบนสรวงสวรรค์
"...เธอ..."
"เยลโล่ว์ครับ" เสียงทุ้มสวนขึ้นทันควัน "ชื่อของเธอคนนั้นคือเยลโล่ว์..."
ผู้กุมอำนาจสูงสุดของแก็งค์สไปรัลพยักหน้ารับ สัมผัสได้ถึงสายสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองได้อย่างชัดเจนจากประโยคสั้นๆ เมื่อครู่
"หลานยังไม่ได้ตอบคำถามนะเร้ด"
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังกังวาลใส เสียงหัวเราะที่ทำให้ดวงตาสีควันของผู้มากวัยกว่าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
...เสียง หัวเราะแบบนี้... เขาไม่ได้ยินมานานแค่ไหนแล้วนะ... เสียงหัวเราะที่ราวกับว่าหลานชายตัวน้อยผู้ใสซื่อได้กลับมาอีกครั้ง เสียงหัวเราะที่หายไปหลังจากที่เขา 'ลาก' คนเป็นหลานเข้าสู่วงการอันดำมืด
"...เร้ด..." พึมพำออกมาอย่างลืมตัวเพราะความตกใจ หากอีกฝ่ายกลับ 'แกล้ง' ทำเป็นเข้าใจกำลังโดนคาดคั้นคำตอบอยู่
"ผม ไม่ได้ย้ายห้องทำงานมาที่นี่หรอกครับ แค่ลาพักร้อน...ช่วงสั้นๆ เท่านั้นเอง" คำตอบที่หากเป็นยามปกติ ชายหนุ่มคงโดนเอ็ดในข้อหากวนประสาทท่านหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่เป็นที่แน่นอน แต่สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นก็เพราะรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าคมคายของคนตอบ และความตกใจที่ยังเวียนวนอยู่ไม่ห่างของไดโกะ
ร่าง สูงทรุดตัวลงนั่งข้างๆ คนเป็นหลานอย่างช้าๆ ดวงตาสีควันที่เคยทอประกายกล้าอย่างที่ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นถึงกับสั่น สะท้านในอำนาจที่ไม่สามารถปกปิดเอาไว้ได้ บัดนี้กลับถูกผู้เป็นเจ้าของซ่อนเอาไว้ภายใต้เปลือกตาบาง ร่องรอยของความเหนื่อยล้าปรากฏชัดอย่างที่ไม่เคยเป็น
"หลานเปลี่ยนไป มากนะ..." เปรยเบาๆ กับตัวเอง แต่ไม่เบาพอที่จะเล็ดรอดประสาทสัมผัสของคนหูดีข้างๆ ตัว "อารู้สึกเหมือนกับ... อาได้หลานชายคนเก่าของอากลับคืนมา"
"...คงจะเพราะ...ผมได้พบกับเธอคนนี้ล่ะมั้งครับคุณอา..."
"งั้นเหรอ..."
เร้ด ยิ้มบางๆ เข้าใจความรู้สึกของผู้เป็นอาเป็นอย่างดี ในเมื่อเขาก็รู้ตัวเช่นกันว่าตนเอง...เปลี่ยนไป แม้จะเป็นเพราะคำทักของผู้เป็นเพื่อนสนิทเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ตาม
'เธอคนนั้นมีอิทธิพลกับนายขนาดนี้เชียวเหรอเร้ด'
'หือ'
กรีนส่งเสียงจิจ๊ะในลำคอเมื่อได้ยินคำตอบรับอย่างงงๆ ของเพื่อนสนิท ดวงตาสีเขียวเข้มขึ้นเล็กน้อยอย่างหงุดหงิด
'ฉันถามว่านกน้อยของนายน่ะ...ทำให้นายเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้เลยเหรอ'
'...'
"เธอ...เย ลโล่ว์น่ะ เป็นคนช่วยดึงผมออกมา" ชายหนุ่มเอ่ยเบาๆ ดวงตาสีแดงหลุบลงต่ำ หวนนึกถึงความทรงจำที่มีร่วมกับหญิงสาวเจ้าของบทเพลงเยียวยาจิตใจ ทั้งๆ ที่เวลาที่ได้อยู่ร่วมกันนั้นความจริงแล้วมันช่างแสนสั้น... แต่เขากลับรู้สึกราวกับรู้จักกันมาทั้งชีวิต...
หญิงสาวที่เพียงแค่อยู่ใกล้ๆ ก็ทำให้ความไม่สบายใจทั้งปวงถูกพัดหายไปจนหมด และแทนที่ด้วยความอบอุ่น...
'แอ๊ด...' เสียงเปิดประตูไม้ดังขึ้นเบาๆ พร้อมๆ กับการปรากฏตัวของเจ้าของร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิท ดวงตาสีแดงฉายประกายอ่อนล้าออกมาเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น หากแต่เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่กลับถูกสะกดกั้นเอาไว้ เมื่อสังเกตเห็นร่างบางที่กำลังหลับอย่างเป็นสุขอยู่ใน 'บ้าน' ของเธอ
กรงใหญ่ที่เคยนึกขัดตาเมื่อวางอยู่ในห้องกว้างก็กลายเป็นสิ่งชินตา หลังจากที่เขาตัดสินใจ ซื้อ เจ้าของกรงที่แท้จริง
รอย ยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย แค่เห็นว่าเธอคนนั้นกำลังมีความสุขอยู่ในห้วงนิทราที่แสนหวาน... ทั้งๆ ที่เขาและเธอก็เป็นคนละคนกันแท้ๆ แต่กลับรู้สึกราวกับว่าตนเองได้พักผ่อนไปด้วยเสียอย่างนั้น...
...ความรู้สึกที่ราวกับว่าเขาได้กลับมายังที่ๆ อยากจะเรียกว่า...บ้าน...
"เป็น หญิงสาวที่พิเศษจริงๆ นะ..." ไดโกะเปรยเบาๆ หลังจากที่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอีกครั้งรอบๆ ตัวผู้เป็นหลาน บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุข
"ครับ..." คำตอบรับที่ได้รับมาแทบจะในทันทีนั้นทำเอาผู้อาวุโสกว่าอดที่จะยิ้มออกมา น้อยๆ ไม่ได้ หากแต่คนตอบดูยังจะจมอยู่ในห้วงความคิดของตนเองมากกว่าที่จะใส่ใจ
ภาพ ความทรงอันแจ่มชัดแล่นขึ้นมาในหัว บทสนทนาระหว่างเขาและเธอดังก้องขึ้นอย่างทุกครา คำพูดสั้นๆ หากกลับมีอิทธิพลต่อเขามากเสียจนน่าตกใจ...
'ทำไม...' เสียงหวานใสดังขึ้นแผ่วๆ หากสำหรับคนฟังแล้ว มันแจ่มชัดเสียยิ่งกว่าเสียงตะโกนเสียอีก เมื่ออยู่ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องกว้าง
'ทำไมอะไรเหรอ...' ถามกลับเบาๆ ดวงตาสองคู่สบประสานกันช้าๆ แล้วก็เป็นเขาที่เป็นฝ่ายหลายสายตาออกก่อน เมื่อมองเห็นแววตาเศร้าสร้อยที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาสีอำพันคู่นั้น
เขาไม่ต้องการคำตอบจากอีกฝ่ายอีกต่อไป ในเมื่อดวงตาคู่นั้นบอกชัดถึงคำพูดที่ไม่ได้เอ่ยออกมา
'มัน...ช่วย ไม่ได้ล่ะมั้ง...' เร้ดหลับตาลงอย่างช้าๆ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานค่อยๆ พรั่งพรูออกมาเป็นสายอย่างไม่อาจหยุดยั้ง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครเอ่ยปาก เขาจึงไม่เคยระบายออกมาดังๆ แต่ความกดดันที่เกิดขึ้นจากหน้าที่ที่ได้รับ และความคาดหวังจากคนรอบข้างก็ทำให้ล้าทั้งกายและใจ
และที่แปลกไปกว่า นั้น... ทั้งๆ ที่คนเป็นเพื่อนสนิทของเขาอย่างกรีน คนที่รู้ทุกเรื่องของเขามากที่สุด... รองจากตัวเขาเองและผู้เป็นอา... กลับไม่เคยรับรู้ถึงสิ่งที่เขาเก็บซ่อนเอาไว้แม้แต่น้อย
แต่หญิงสาว ที่พบกันแค่ไม่กี่วันตรงหน้า... กลับเป็นคนที่มองเห็นถึงจิตใจที่แท้จริงของเขาได้... เหมือนอย่างที่เขารับรู้และเข้าใจทุกๆ อย่างในตัวเธอคนนี้เช่นกัน...
ดวง ตาสีอำพันฉายแววรวดร้าวอย่างถึงที่สุด ในอกปวดแปล๊บ... ริมฝีปากบางเปิดขึ้นช้าๆ ก่อนบทเพลงอันเศร้าโศกจะถูกขับขานออกมา บทเพลงที่ทำให้คนฟังถึงกับน้ำตาไหลอย่างไม่รู้ตัว... หากน้ำตานั้นหาใช่น้ำตาและความเสียใจไม่ หยาดน้ำตาเหล่านั้นเป็นการแสดงออกถึงความโล่งใจ... และขอบคุณอยู่ลึกๆ ต่างหาก...
'หึ...ฉันสู้เธอไม่ได้จริงๆ เลยนะเยลโล่ว์...' เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำกับตนเอง... ทั้งๆ ที่เมื่อครู่เขายังท้อ จนอยากจะถอดใจแล้วด้วยซ้ำ แต่เพียงแค่เพราะบทเพลงของหญิงสาว... บทเพลงที่ถ่ายทอดอดีตอันเลวร้าย...ยิ่งกว่าเขามากของคนร้อง ถึงทำให้เขารู้สึกตัวว่า... ไม่ได้มีเพียงแค่ตนเท่านั้นที่เผชิญกับความเจ็บปวด... และเป็นเพราะเขาเลือกที่จะยอมรับตำแหน่งนี้... คนอย่างเธอถึงได้พบเจอกับสิ่งที่ดีกว่า...
จากทำนองช้าอันโหยหา ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นบทเพลงเบาสบาย...คล้ายจะปลอบใจผู้รับฟัง เสียงหวานใสดังกังวาลไปทั่วทั้งห้อง... อีกยังเผื่อแผ่ไปยังผู้คนภายนอกอีกด้วย... ความสามารถในการเยียวยาของเทพธิดาแห่งเสียงเพลงเริ่มทำงานขึ้นอีกครั้ง
บรรยากาศอันอ่อนโยนค่อยๆ ลบความตึงเครียดก่อนหน้านั้นให้หายไปจนหมด พร้อมๆ กับที่เสียงเพลงจบลง
หญิงสาวลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะส่งรอยยิ้มบางๆ ไปให้กับคนฟังเพียงคนเดียวในห้อง
เป็น วินาทีที่เขารู้ตัวว่า... ไม่ใช่แค่บทเพลงหรอกที่สามารถเยียวยาจิตใจของผู้อื่นได้... เพราะเพียงแค่คนตรงหน้าส่งรอยยิ้มที่บ่งบอกอะไรมากมายเหลือเกินเช่นนี้มา ให้... กำลังใจทั้งหมดก็ดูจะกลับมาอีกครั้ง...
'ขอบใจนะ...' ขอบใจ...ที่เธอเลือกที่จะอยู่ข้างๆ ฉันแบบนี้...
"ถ้า ไม่ใช่ว่าอาก็เคยมีอาการเหมือนหลาน... อาคนไม่เชื่อหรอกว่าเวลาแค่สองอาทิตย์...จะทำให้หลานชายที่สมบูรณ์แบบไปซะ ทุกเรื่องคนนี้ตกหลุมรักใครได้แบบนี้..." คำกระเซ้าที่ดึงเอาสติที่เริ่มจะปลิวไปอยู่กับความทรงจำอันแสนหวานกลับมา เข้าตัวแทบจะในทันที
ดวงตาสีแดงเบิกกว้างอย่างตกใจ ...นี่เขา...โดนจับได้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ...
เสียง หัวเราะดังก้องกังวาลไปทั่ว ขำกับปฏิกิริยาที่ได้รับจากคนอ่อนวัยกว่า "หลานน่ะ ไม่รู้ตัวเลยล่ะสินะ ว่าเวลาที่พูดถึงแม่นกน้อยคนนั้นน่ะ เสียงของหลานอ่อนโยนแค่ไหน" ...นี่ยังไม่นับประกายหวานจัดที่เจืออยู่ในดวงตานั่นอีก... แบบนี้จะไม่ให้เขารู้...มันก็เกินไปหน่อยแล้ว...
มือหนายกขึ้นไปขยี้ หัวหลานในไส้เล็กน้อยอย่างนึกเอ็นดู หากไม่วายที่จะหย่อนระเบิดลงไปเป็นลูกที่สอง ...ก็แหม...นานๆ ทีจะได้มีโอกาสแกล้งหลานรักแบบนี้นี่... "แปลว่าอาคงไม่ต้องกังวลเรื่อง 'นายหญิง' คนต่อไปของสไปรัลแล้วสินะเร้ด"
"คุณอา!!!"
เสียง ตะโกนของชายหนุ่มเรียกให้หญิงสาวในบทสนทนาหันกลับมามองด้วยความงุนงง และเพราะสัมผัสได้ถึงความกระอักกระอ่วนระหว่างคนทั้งคู่ ดวงตาสีอำพันจึงปรือปิดลงช้าๆ พร้อมๆ กับเสียงเพลงหวานใสที่ดังลอยมาตามสายลม
บทเพลงที่ทำให้ชายทั้งสองรู้สึกอุ่นวาบขึ้นทั้งกาย บรรยากาศค่อยๆ เปลี่ยนกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
เร้ดและไดโกะหันไปมองหน้ากันน้อยๆ ก่อนทั้งคู่จะหลุดเสียงหัวเราะออกมาเสียยกใหญ่
ได โกะหลับตาลงช้าๆ เปิดประสาทรับฟังบทเพลงอันล้ำค่าอย่างเต็มที่ ตอนนี้เข้าใจเป็นอย่างดีแล้วว่า... ทำไมหลานชายถึงเปิดใจรับหญิงสาวผู้นี้เข้ามาได้อย่างง่ายดาย...
ผิด กับผู้เป็นอา... ดวงตาสีแดงหาได้ปิดลง หากแต่จับจ้องไปยังสตรีผู้ขับขานบทเพลงแสนหวาน รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้านวล กับคำพูดที่สื่อผ่านกันด้วยจิตใจที่เกี่ยวประสาน แม้ไม่ได้ยิน แต่ก็รับรู้มันได้ด้วยหัวใจ
"เร้ด...ขอบใจสำหรับการประมูลครั้งนี้นะ"
"ไม่ เป็นไรครับบอส..." คำสรรพนามที่เปลี่ยนไปทันทีที่บทสนทนาวกเข้าสู่เรื่องงาน "บอสควรจะระวังมาเฟียจัตตุทิศไว้ซักหน่อยก็ดีนะครับช่วงนี้ สายข่าวของเราบอกมาว่าทางนั้นกำลังจะเปิดศึกกับเราเพราะเราไปขัดใจฝ่ายนั้น ในการประมูลที่ผ่านมาไม่ใช่น้อย..." หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงความผิดของตัวเองได้อย่างชาญฉลาด แต่ก็เท่านั้น... เมื่อคู่สนทนาเป็นคนที่รู้ไต๋กันดี
รอยยิ้มเย็นๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้กุมอำนาจใหญ่ของแก็งค์ ดวงตาสีควันทอแสงกล้าอย่างที่ทำให้คนข้างตัวต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทันทีที่เห็น
"ศึกกับมาเฟียจัตตุทิศไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ" กล่าวเตือนเพราะหวั่นใจกับความคิดของหัวหน้า
"ฉันก็ไม่ได้พูดซักคำว่ามันเป็นเรื่องเล่นๆ เล็กๆ..."
เร้ดกลอกตาไปมากับคำพูดนั้น ...เขารู้ดึกว่าใครทั้งหมด ว่าใต้รอยยิ้มนั่นซ่อนอะไรเอาไว้
ดู เหมือนคนเป็นหัวหน้าจะรับรู้ถึงความหนักใจของคนสนิท เสียงทุ้มจึงเอ่ยเสริมขึ้น "แต่ถ้าเราชนะในศึกนี้ ศักดาของแก็งค์เราคงจะแผ่ไปไกลเป็นที่แน่นอน"
ข้อความที่ทำให้รอย ยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นมาบนใบหน่้าของคนฟังบ้าง ดวงตาสีแดงปิดลงช้าๆ รอเวลาที่เสียงของคนข้างตัวจะดังขึ้นอีกครั้ง... เสียงที่มาพร้อมกับ...คำสั่ง...
และเสียงนั้นก็มาจริงๆ ตามที่คาด...
"หน้าที่หัวหน้าหน่อยรบ คงต้องยกให้เธอ"
"ครับบอส!" รับคำหนักแน่น
"ดี... เตรียมตัวให้พร้อมภายในสามวัน" ร่างสูงนัยตัวขึ้นทันทีที่พูดจบ ดวงตาสีควันหันกลับไปมองร่างของคนเป็นหลานเป็นครั้งสุดท้ายของวันดวงแววตา อ่อนโยน "เร้ด...อาฝากของคุณนกน้อยคนนั้นด้วย... ที่ช่วยพาหลานคนเดิมของอากลับมา..."
"...แล้วผมจะบอกให้นะครับ...คุณอา..."
=======================================================
เปลี่ยนแปลงนิดหน่อย... ลองๆ อ่านดูอีกรอบก็แล้วกันนะคะ
100% จนได้!!! เป็นตอนที่กินเวาลานานที่สุดในการเขียนเลย = ="
พึ่งจะบรรลุสัจธรรมว่า... คู่เร้ดเยลโล่ว์เขียนยากเป็นบ้า !!!!! =[ ]=
หวังว่าจะหวานพอสำหรับทุกๆ คนนะคะ


