บทที่ 3 : คำสารภาพก่อนออกเดินทาง

รูปภาพของ AquaTales

?หา ! ! ! เป็นเรื่องจริงเรอะ ! เยลโล่ว์คุง ? ชายชราตะโกนเสียงดังเมื่อฟังเรื่องเล่าจากหญิงสาวคนหนึ่งจบ

?อ่อย?จริงค่ะดร. ไม่เห็นต้องตะโกนก็ได้นี่คะ อยู่กันใกล้แค่นี้เอง? หญิงสาวที่ชื่อเยลโล่ว์เอามืออุดหูแล้วพูด

?งั้นก็ต้องบอกพวกเร้ดคุงน่ะสิ?

?ไม่ได้นะคะ / ห้ามบอกนะครับ? คราวนี้ทั้งเยลโล่ว์และชายหนุ่มที่มาด้วยตะโกนขึ้นบ้าง

?อ้าว ! ทำไมล่ะเยลโล่ว์คุง ถ้าบอกเรื่องของบราวน์คุงไป พวกเร้ดคุงจะได้เข้าใจเหตุผลที่ต้องคอยดูแลบราวน์คุงไง? ดร.ออร์คิดบอก

? ก็ถ้าบอกไป มันจะเป็นอันตรายต่อพวกคุณเร้ดด้วยน่ะสิคะ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้น่ะ ยิ่งมีคนรู้ยิ่งน้อยก็ยิ่งดี แล้วอีกอย่างคุณบลูกับคุณคริสก็รู้แล้วด้วย? เยลโลว์ตอบ

?ผมไม่อยากให้ใครต้องมาลำบากเพราะผมน่ะครับ? บราวน์เสริม

?อืม เอางั้นก็ได้?

?เอ่อ ว่าแต่ว่าทำไมดร.ถึงไห้พวกคุณเร้ดมาดูแลบราวน์ล่ะคะ? เยลโล่ว์ถาม

?อ๋อ เรื่องนี้น่ะ เจ้านั่นมันสั่งมาน่ะสิ ระบุชื่อพวกเธอเลยนะ?

?เจ้านั่น ? ระบุชื่อ ? ?

?อือ เจ้านั่นมันบอกว่าต้องเป็นพวกเธอเท่านั้น เจ้านั่นที่ว่าน่ะ เป็นเพื่อนเก่าของฉันเองชื่อว่าดา??

?ดร.คร้าบ ! เรียกพวกผมมาทำไมเหรอครับ? เสียงของเร้ดดังขัดขึ้นมาจากทางด้านหลังของเยลโล่ว์

? เร้ดคุง โกลด์ กรีน ! มาพอดีเลย มานี่สิ จะได้แนะนำให้รู้จักกับบราวน์คุง คนที่พวกเธอต้องดูแลไง อีกอย่างนะบราวน์คุงน่ะ เป็นเพื่อนสมัยเด็กของเยลโล่ว์คุงด้วย? ดร.กล่างกับทั้งสาม

?อ๊ะ ! แล้วคริสคุง กับบลู แล้วก็ซิลเวอร์ล่ะ? ดร.ถามหาคนที่เหลือ

?คุณบลูน่ะพอมาส่งผมกับเยลโล่ว์ปุ๊บก็ไปเลยน่ะครับ? บราวน์บอก

?อื๋อ รู้จักกับบลูแล้วรึ ??

?ครับ เมื่อวานนี้ตอนที่ผมอยู่ที่บ้านของเยลโล่ว์น่ะครับ?

?คริสบอกว่ามีธุระกับดร.อุทสึหงิน่ะดร. ส่วนเจ้าซิลเวอร์น่ะ ติดต่อไม่ได้? โกลด์บอก

?อือฮึ เอ้า เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ นี่บราวน์คุง? ดร.ออร์คิดหันไปหาบราวน์

?ยินดีที่ได้รู้จักครับ? บราวน์เอ่ยพร้อมโค้งน้อยๆ ให้เป็นการทักทาย

?อืม ยินดีที่ได้รู้จักนะ / ?ดี / อืม? ทั้งสามเอ่ยพร้อมกัน แล้วหันไปกระซิบกันเบาๆ

?กรีน โกลด์ นี่น่ะเหรอคนที่เราต้องดูแลน่ะ? เร้ดถาม

?งั้นมั้ง? กรีนตอบสั้นๆ แบบไม่ใส่ใจเท่าไร

? อ้อ จริงสิ เพื่อนฉันมันบอกว่าบราวน์คุงน่ะไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกเท่าไร เพราะฉะนั้นเลยอยากให้พวกเธอพาไปตามเมืองต่างๆ เท่าที่ผ่านล่ะกันนะ?

?หา ! ! ! ?

?เอ่อ ไม่ต้องก็ได้นะครับ? บราวน์รีบหันมาบอก

?เอ๋ ! เอาเถอะ แล้วพวกเธอจะออกเดินทางกันวันไหนล่ะ? ดร.ออร์คิดถาม

?วันนี้เลยค่ะ? เยลโล่ว์ตอบ

?พรุ่งนี้ครับ? เร้ดกับบราวน์ตอบพร้อมกัน

?ยังไงก็ได้? กรีนและโกลด์ตอบบ้าง

(ทั้งหมดพูดพร้อมกันนะคะ)

แล้วทั้งหมดก็หันมามองเยลโล่ว์อย่างแปลกใจในคำตอบ

?ทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นด้วยล่ะ อาเจ๊? โกลด์ถาม

? เอ่อ?คือฉัน?อยากออกเดินทางเร็วๆน่ะค่ะ? เยลโล่ว์ตอบเบาๆ คำตอบที่กรีนมองอย่างสงสัย ส่วนอีกคนที่เข้าใจความรู้สึกและเหตุผลจริงๆ ของเยลโล่ว์อย่างบราวน์ก็ยิ้มน้อยๆ แล้วเดินเข้าไปหา

?ไม่ต้องรีบขนาด นั้นก็ได้นะเยลโล่ว์ ถ้าไปวันนี้ก็ไม่ต้องจัดของกันพอดีนะสิ ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก ไม่เป็นไร? ประโยคสุดท้ายบราวน์กระซิบกับเยลโล่ว์เบาๆ

?นั่นสินะ ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้เนอะ? เยลโล่ว์พูด

ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้โกลด์ผิวปากวิ้ว ส่วนอีกคนก็ขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก

?งั้นก็สรุปว่า เราจะเดินทางกันพรุ่งนี้ใช่มั้ย? กรีนสรุป

?ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปบอกพวกคริสคุงเองนะ พวกเธอก็กลับไปเตรียมของได้แล้วล่ะ? ดร.ออร์คิดกล่าว

?ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะครับ? เร้ดพูดแล้วรีบเดินออกจากบริเวณนั้นทันที ทิ้งให้เยลโล่ว์และบราวน์มองตามอย่างงงๆ

?นั่นคุณเร้ดเค้าเป็นอะไรไปน่ะ? เยลโล่ว์ถามขึ้น

?ไม่รู้สิ? บราวน์ตอบ

อีกสองคนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด รวมทั้งรู้ด้วยว่าคนที่ถูกพูดถึงเป็นอะไรไปอย่างโกลด์และกรีนก็มีรอยยิ้มเกิดขึ้นบนใบหน้า

ใน ขณะที่รอยยิ้มของโกลด์ออกแนวเจ้าเล่ห์เล็กๆ ของกรีนกลับเหมือนรอยยิ้มที่เกิดขึ้นเพราะความขำเสียมากกว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะพูดขึ้นเบาๆ กับตัวเอง

?อาการอย่างนั้นน่ะ เค้าเรียกว่า หึง นะเร้ด / พี่เร้ด? แล้วทั้งสองก็หลุดหังเราะออกมา ทิ้งให้เยลโล่ว์และบราวน์ที่ยังคงไม่รู้เรื่องอะไรยืนงงต่อไป

?????????????
? เฮ้อ?นี่เราไปอะไรไปเนี่ย ทำไมต้องหงุดหงิดขนาดนั้นน้า แค่เห็นเยลโล่ว์ไปสนิทกับเจ้านั่นเอง ก็เค้าเป็นเพื่อนสมัยเด็กกันนี่นา แต่เยลโล่ว์จะสนิทกับใครก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเราเลยนี่ ทำไมถึงต้องหงุดหงิดขนาดนั้นก็ไม่รู้? เร้ดบ่นกับตัวเองเบาๆ ขณะที่ขาทั้งสองก็เดินออกมาห่างจากเมืองมะสะระเรื่อยๆ

?อ้าว ! นั่นเร้ดใข่มั้ยนั่น เฮ้ ! เร้ด !? เสียงของคนๆ หนึ่งดังขึ้นทำให้เร้ดหยุดฝีเท้าและหันไปมอง

?ใช่เร้ดจริงๆ ด้วย? หญิงสาวคนที่เรียกเร้ดร้องอย่างดีใจ

? อ๊ะ ! คาซึมินี่นา มาทำอะไรที่นี่น่ะ คาซึมิ? เร้ดถามอย่างแปลกใจที่เห็นเพื่อนผู้นำโรงยิมสาวที่ไม่ค่อยจะออกมาจากเมืองฮา นาดะที่ตัวเองอยู่ซักเท่าไร มาอยู่ที่นี่

?เอ่อก็??

?ก็อะไรล่ะคาซึมิ?

?ก็มาหานายน่ะสิ? คาซึมิคิดในใจ ทว่าปากกลับตอบกลับไปอีกอย่าง

?ก็พอดีคิดอะไรเพลินๆน่ะ พอรู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว?

?ไอ้ที่คิดอะไรเพลินๆที่ว่า ก็คิดถึงนายไงล่ะ? คาซึมิต่อกับตัวเองในใจ

?งั้นเหรอ เหมือนฉันเลยนะ ฉันก็คิดอะไรเพลินๆ จนเดินมาถึงนี่เหมือนกัน? เร้ดตอบด้วยรอยยิ้มที่ทำเอาคาซึมืหน้าร้อนวูบ

?เอ๋ ! เธอหน้าแดงนี่นาคาซึมิ เป็นอะไรรึเปล่า? เร้ดถามเมื่อหันมาเห็นเพื่อนสาวหน้าแดงระเรื่อ

?มะ ไม่เป็นไรหรอก?

?ก็เพราะนายยิ้มอย่างนั้นทำไมเล่า ฉันก็เขินน่ะสิ?

?จริงนะ?

? อืม จริง จริ?ง? คำพูดสุดท้ายของคาซึมิถูกกลืนลงคอไปทันทีพร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีมากกว่า เก่า เมื่อเร้ดเอาหน้าเข้ามาใกล้เพื่อพิสูจน์คำพูด

?แต่เธอตัวร้อนๆ นา สงสัยจะเป็นลมแดด อ้าว ! เป็นอะไรไป หน้าแดงกว่าเดิมอีก เธอเป็นลมแดดแน่ๆ ไปพักที่ร่มๆ ไป? เร้ดพูดพลางดึงคาซึมิเข้าร่มไม้

?อะ อืม?

?นี่นาย ที่ฉันหน้าแดงน่ะ เพราะนายเอาหน้าเข้ามาใกล้ๆ ต่างหากล่ะตาบ๊อง ฉันไม่ได้เป็นลมแดดนั่นซะหน่อย? คาซิมิคิด

?เอ่อ?จะ จริงสิ ได้ข่าวว่านายกับพวกกรีนถูกเชิญไปร่วมงานประลองที่ที่ราบสูงเสะคิเอใช่ป่ะ? คาซิมิถาม

?อือ ท่าทางน่าสนุกดี ฉันกับพวกกรีนก็เลยตอบตกลงไปแล้ว? เร้ดตอบอย่างอารมณ์ดี

?แล้วเมื่อวานดร.เค้าเรียกไปทำไมเหรอ?

?อ๋อ ก็เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของดร.น่ะ เค้าฝากให้ช่วยดูแลคนๆหนึ่งน่ะ? เร้ดตอบ

?ใครล่ะ?

?ชื่อบราวน์ เป็นเพื่อนสมัยเด็กของเยลโล่ว์เค้าน่ะ?

พอพูดถึงเยลโล่ว์ สีหน้าของคาซึมิก็หมองลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว

?แล้วนายจะทำไงล่ะ ก็สองงานนี้มาพร้อมกันไม่ใช่เหรอ?

?ดร.เค้าบอกว่าให้พาบราวน์เดินทางไปกับพวกฉันด้วยน่ะ?

?นายจะไปวันไหน?

?พรุ่งนี้มั้ง รู้สึกว่านะ?

?งั้นเหรอ??

?????????????-
ในขณะที่เร้ดและคาซึมินั่งคุยกันอยู่นั้น ก็มีคนสองคนคอยจับตาดูทั้งคู่อยู่ในบริเวณพุ่มไม้ใกล้ๆ นั้น

คนหนึ่งคือหญิงสาวในชุดกิโมโน กับชายหนุ่มอีกหนึ่งคน

?เอ่อ คุณหนูครับ มาแอบดูอย่างนี้มันไม่เสียมารยาทเหรอครับ? ชายหนุ่มคนนั้นถาม

?แหม ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ทาเคชิ นานๆ ทีจะได้เห็นเร้ดกับคาซึมิอยู่ด้วยกันสองคนทั้งที? หญิงสาวตอบพร้อมหังเราะคิกคัก

?แบบนี้คาซึมิจะได้บอกความรู้สึกของตัวเองให้เร้ดรู้ เจ้านั่นยิ่งซื่อบื้ออยู่ด้วย ถ้าไม่บอกไปตรงๆ ก็คงไม่มีวันรู้หรอก?

?แต่ถ้าเจ้าเร้ดมันปฏิเสทคาซึมิล่ะครับ คุณหนูเอริกะ?

?ถ้าถึงตอนนั้น เราค่อยเข้าไปปลอบคาซึมิก็แล้วกันนะ?

?เฮ้อ?ครับ? ทาเคชิถอนใจเฮือกกับคำตอบของเอริกะ

?เอาน่า มาดูเร็วๆ เข้า? แล้วทั้งคู่ก็เบนความสนใจกลับไปยังอีกฝั่งอีกครั้ง

???????????
?นี่เร้ด?

?หือ ?? เร้ดหันไปมองตามเสียงเรียก

?คือว่าฉัน?? คาซึมิเริ่มพูดแล้วก็เงียบไป ทำให้อีกสองคนที่คอยช่วยลุ้นอยู่ห่างๆ พลอยเกร็งไปด้วย

?มีอะไรเหรอ คาซิมิ?

?คือว่าฉัน??

? ? ?

?ฉันชะ?

?ชะ ? ?

?ฉัน??

?คาซึมิใจเย็นๆ ก็ได้? เร้ดบอกเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังเกร็ง

?คือว่าฉัน?ฉันชอบนายนะเร้ด ! ? คาซึมิรวบรวมความกล้าทั้งหมดพูดออกไป ดวงตาของเร้ดเบิกกว้างอย่างตกตะลึง

?ฉันชอบนายมานานแล้ว? คาซึมิพูดต่อ

เร้ดเริ่มกลับมาเป็นปกติก่อนจะทำหน้าเศร้าๆ แล้วเอ่ยเรียบๆ

?ฉันก็ชอบเธอนะคาซึมิ? คาซึมิเงยหน้าขึ้นมามองอย่างดีใจก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเมื่ออีกประโยคของเร้ดตามมา

? แต่ฉันชอบเธอในฐานะเพื่อน ไม่ใช่แบบที่เธอคิดกับฉัน แล้วฉันก็มีคนที่ชอบแล้วด้วย เพราะฉะนั้น?ขอโทษด้วยนะ คาซึมิ? เร้ดพูดอย่างเศร้าๆ เพราะไม่อยากจะทำร้ายจิตใจเพื่อนมากนัก แต่ก็ไม่อยากที่จะโกหกเพื่อนด้วยเช่นกัน

??เด็กคนนั้นงั้นเหรอ?คนที่ เธอชอบคือเด็กที่เธอให้สัญญาไว้ใช่มั้ย? คาซึมิก้มหน้าลง พูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ พยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างเต็มที่ เธอไม่อยากแสดงความอ่อนแอของตัวเองออกมา?ในตอนนี้

??ใช่ ขอโทษนะคาซึมิ ฉันอยากจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเด็กคนนั้น?

??เรายัง?เป็นเพื่อนกัน?เหมือนเดิมได้ใช่มั้ย? คาซึมิเงยหน้าขึ้นมาถาม

?อือ?เรายังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม?

ทั้งสองยืมมือมาจับกัน ก่อนที่เร้ดจะค่อยๆ เดินออกไปจากบริเวณนั้น

???????????
???

?คุณหนูครับ คุณหนู? ทาเคชิส่งเสียงเรียกเอริกะเบาๆ

??หมอนั่น??

?ครับ มีอะไรเหรอ ??

?หมอนั่นกำลังโกหก? เอริกะเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก

?โกหกหรือครับ ! หมายความว่า?? ทาเคชิร้องอย่างตกใจเมื่อได้ยินคำพูดของเอริกะ

?ไม่ใช่ ! หมอนั่นไม่ได้โกหกคาซึมิหรอก ที่บอกว่าไม่ได้ชอบคาซึมิน่ะ เป็นความจริง?

?อ้าว?

?ฉันหมายความว่า หมอนั่นน่ะกำลังโกหกตัวเองต่างหาก เหตุผลที่บอกมาก็เป็นความจริงส่วนหนึ่งอ่ะนะ? เอริกะต่อให้

?เอ้า ไปปลอบคาซึมิกันดีกว่า? เอริกะกล่าวแล้วเดินไปหาคาซึมิที่กำลังปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นเอาไว้เมื่อครู่ออกมา

?? คาซิมิ?? เอริกะเรียกพร้อมเดินไปสะกิดแขนของคาซึมิเบาๆ คาซิมิเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะเดินเข้าไปหาอ้อมกอดของเพื่อนสาวที่อ้าแขนรอ รับอยู่แล้วร้องไห้ออกมาหนักกว่าเก่า

?ร้องไปเถอะ คาซึมิ ร้องออกมาให้หมดเลยนะ อย่าเก็บเอาไว้?

เอริกะเอามือลูบหลังของคาซึมิเบาๆเป็นการปลอบประโลม

?ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่เป็นไรแล้ว?

ปากก็คอยปลอบเพื่อนให้หายเศร้า ส่วนใจก็กำลังคิดถึงคนที่ทำให้เพื่อนของเธออยู่ในสภาพแบบนี้

? นายทำถูกแล้วนะเร้ด ที่พูดความจริงกับคาซึมิว่าไม่ได้ชอบเธอ แต่มันไม่ถูกที่นายโกหกตัวเอง?เมื่อไรนายจะรู้ตัวซะทีนะ ว่าตอนนี้นายกำลังชอบคนอื่นอยู่น่ะ ไม่ใช่เด็กคนนั้นซะหน่อย รีบๆ รู้ตัวเข้านะเร้ด ก่อนที่นายจะทำร้ายความรู้สึกของคนๆ นั้น โดยการเอาเด็กคนนั้นกับสัญญานั่นขึ้นมาอ้างน่ะ?

ความคิดต่อมา ทำให้มือบางของเอริกะกำแน่นโดยไม่รู้ตัว

?ถ้านายทำให้คนๆ นั้นเสียใจขึ้นมาล่ะก็? เมื่อนายรู้ความรู้สึกของตัวเองแล้ว ตอนนั้นคนที่จะเสียใจที่สุดก็จะเป็นนายเองนะเร้ด?

?????????-
?คาซึมิ?ฉันขอโทษ? เร้ดพูดพึมพำกับตัวเองมาตลอดทาง

แฮ่ก แฮ่ก

เสียงหอบหายใจที่ดังอยู่เบื้องหลังทำให้เร้ดหันไปมองต้นเสียง

?เจอตัว?ซะทีนะคะ?คุณเร้ด? หญิงสาวเจ้าของเสียงหอบหายใจพูดอย่างเหนื่อยๆ กับการที่ต้องวิ่งไปทั่วเพื่อหาตัวคนตรงหน้า

?เยล?โล่ว์?

? คะ ?? หญิงสาวเจ้าของชื่อเอียงคอถามเมื่อได้ยินเสียงเรียก พร้อมส่งรอยยิ้มบางๆ ให้ รอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจของชายหนุ่มเต้นผิดจังหวะ และพัดพาอารมณ์เศร้าสร้อยเมื่อครู่หายไปทันที

?มะ มีอะไรเหรอ? เร้ดถาม

? คือว่าคุณเร้ดทำพ็อกเก็ตเกียตกไว่ที่บ้านดร.น่ะค่ะ คุณกรีนกับคุณโกลด์ก็เลยให้ฉันเอามาคืนให้คุณเร้ดน่ะค่ะ? เยลโล่ว์ตอบพร้อมยื่นพ็อกเก็ตเกียส่งคืนให้เร้ด

??? เร้ดเงียบไปซักพักก่อนจะยื่นมือไปรับของกลับมา แล้วถามเบาๆ

? ขอบใจนะ ว่าแต่ว่าไอ้นี่น่ะ พรุ่งนี้คอยคืนก็ได้นี่นา ยังไงก็ต้องเจอกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? เมื่อพูดจบ ชายหนุ่มก็อดขำกับปฏิกิริยาตอบรับของหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้ เมื่อเจ้าหล่อนเบิกตากว้าง แล้วเอามือปิดปากตัวเองแล้วพูด

?จริงสิ คืนพรุ่งนี้ก็ได้นี่นา แปลว่าเหนื่อยฟรีใช่ไหมเนี่ยโธ่? เยลโล่ว์ร้องเบาๆ

ไม่ รู้ทำไมสินะ เวลาที่เขาอยู่กับหญิงสาวตรงหน้านี่ แล้วรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันที อาการสบายใจอย่างบอกไม่ถูกนี่ก็ด้วย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ตอนที่เขายังไม่รู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงก็ไม่เห็นจะรู้สึก ไอ้ความรู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้กับเจ้าหล่อนมันเกิดขึ้นมาตอนไหนนะ? เร็วๆ นี้ล่ะมั้ง

?งั้นก็ ขอบใจมากนะเยลโล่ว์?

?ไม่เป็นไรหรอกค่ะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ จะได้ไปจัดของสำหรับพรุ่งนี้? เยลโล่ว์กล่าวแล้วยิ้มให้อีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับไปทางโทคิวะ

เร้ดม องตามหญิงสาวไปจนลับสายตาโดยที่ไม่รู้ว่าใบหน้าของตัวเองมีรอยยิ้มน้อยๆ เกิดขึ้นตั้งแต่ได้เจอกับเยลโล่ว์ แล้วจึงเดินกลับบ้านของตัวเองไปอย่าง?สบายใจ ราวกับว่าเรื่องก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น

????????????
?เกรย์ ! แกแน่ใจนะว่า ข่าวนี้น่ะ เป็นความจริง? ชายคนหนึ่งถามเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยเสียงตะคอก

?ครับ?ข่างนี้เป็นความจริงแน่นอนครับบอส? เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อเกรย์ตอบเรียบๆ

?แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ไหน?

?สายข่าวเราบอกว่าตอนนี้มันอยู่ที่โทคิวะครับ?

?โทคิวะ?บ้านเกิดมันงั้นสิ?

?ครับ เพียงแต่ว่า?

?แต่อะไร?

?สายของเรายังบอกมาอีกว่า ตอนนี้เจ้านั่นอยู่ภายใต้การคุ้มกันของผู้มีฝีมือหลายคนน่ะครับ? เด็กหนุ่มรายงานต่อ

?มีฝีมืองั้นรึ?ใครบ้างล่ะ?

? ที่ 1 , 2 และ 3 ของโปเกมอนลีกเมื่อ 2 ปีก่อน เร้ด กรีน บลู แห่งมะสะระ แล้วก็เทรนเนอร์ที่คลี่คลายเหตุการณ์ความวุ่นวายเมื่อต้นปี รวมทั้ง??

?ใคร ? ?

?รวมทั้งบุคคลที่มีความสามารถที่จะขัดขวางแผนการของท่านได้ด้วยครับ?

?แกหมายถึง?? ชายผู้เป็นหัวหน้าเอ่ยด้วยความตกใจกึ่งไม่เชื่อถือ ก่อนคำยืนยันจากลูกน้องจะตามมา

?ครับ เธอปรากฏตัวแล้ว?ผู้พิทักษ์แห่งป่าโทคิวะ ! ?